UFABETWINS แม้ที่ผ่านมาในยุคหลังนี้ แดเนี่ยล เคร็ก จะสวมวิญญาณเป็น เจมส์ บอนด์ ได้ดีเยี่ยมขนาดไหน

แต่เมื่อพูดถึงความเป็น “ต้นฉบับ” หรือ “คลาสสิค” ยังไงก็ต้องยกให้กับ ฌอน คอนเนอรี่ นักแสดงรุ่นเดอะจากสกอตแลนด์ ดังนั้นภาพจำของ ฌอน คอนเนอรี่ ที่มีต่อชาวโลกจึงเป็นมาดของสายลับสุดเท่ สุขุม นุ่มลึก เปี่ยมเสน่ห์ แต่รู้หรือไม่ว่าภายใต้มาดเหล่านี้ แท้จริงแล้ว คอนเนอรี่ คือนักกีฬาตัวยง โดยเฉพาะฟุตบอล ที่ฝีเท้ายอดเยี่ยม จนครั้งหนึ่งเคยได้รับการติดต่อจากสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว เรื่องราวนี้เป็นมาอย่างไร

และจะมีบทสรุปแบบไหน ติดตามได้ที่ Main Stand นักเตะพราวเสน่ห์ โทมัส ฌอน คอนเนอรี่ เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปี 1930 ณ เอดินบะระ เมืองหลวงของประเทศสกอตแลนด์ และก็เป็นตามธรรมเนียมของบุคคลส่วนใหญ่ที่ Main Stand หยิบยกเรื่องราวมาเล่า ว่าชีวิตในวัยเด็กของพวกเขาต้อง “ลำบากยากแค้น” ครอบครัวของ คอนเนอรี่ จัดว่าค่อนข้างยากจน มีพื้นฐานจากการเป็นผู้อพยพชาวไอร์แลนด์ ที่มาตั้งถิ่นฐานในสกอตแลนด์ โดยพ่อของเขา

โจเซฟ คอนเนอรี่ ทำงานในโรงงาน รวมถึงขับรถบรรทุกรับจ้าง ส่วนแม่ของเขา อูฟาเมีย แมคเบน เป็นแม่บ้าน รับจ้างทำความสะอาด ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดที่เมื่อ คอนเนอรี่ เริ่มโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ เขาก็ต้องมาทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กส่งนมด้วยอีกแรง เมื่ออายุได้ 16 ปี “บิ๊กทอม” (ฉายาของคอนเนอรี่ที่เรียกกันในหมู่เพื่อน เพราะร่างกายของเขาโตเร็วกว่าใคร ส่วนสูงแตะหลัก 180 เซนติเมตรตั้งแต่อายุ 15 ปี) ก็ตัดสินใจช่วยเหลือครอบครัว ลดรายจ่าย

UFABETWINS

เพิ่มรายได้ด้วยการสมัครเข้าร่วมกองทัพเรือของสกอตแลนด์ คอนเนอรี่ เข้ารับการฝึกฝนวิชาทหารหลักสูตรต่อต้านอากาศยานควบคู่ไปกับวิชาการที่เมืองพอร์ตสมัธ ประเทศอังกฤษ และก็ดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ดี ได้รับคำชมจากครูฝึกอยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายด้วยแผลในลำไส้เล็กส่วนต้นที่เป็นผลสืบทอดมาทางพันธุกรรมทำให้ คอนเนอรี่ จำเป็นต้องปลดประจำการออกจากกองทัพในวัย 19 ปี หลังจากนั้นชีวิตของ คอนเนอรี่ ก็ระหกระเหไปเรื่อยๆ ตามวิถีชีวิตปากกัด

ตีนถีบ เขาทำงานทั้งเป็นไลฟ์การ์ดที่สระว่ายน้ำ เป็นนายแบบวาดรูปนิ่งให้กับนักศึกษาสถาบัน Edinburgh College of Art หรือแม้กระทั่งเป็นนักฟุตบอลระดับท้องถิ่น ทั้งหมดก็เพื่อหารายได้มาจุนเจือปากท้อง คอนเนอรี่ ค้าแข้งให้กับ Bonnyrigg Rose สโมสรระดับท้องถิ่นในประเทศสกอตแลนด์ โดยสวมหมายเลข 7 เล่นในตำแหน่งปีกขวา “ผมเล่นให้กับสโมสร Bonnyrigg Rose และเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ East Fife (สโมสรระดับอาชีพ) ด้วย แต่ที่ลือกันว่าผมเคยไป

ทดสอบฝีเท้ากับกลาสโกว์ เซลติก นั้นไม่ใช่เรื่องจริง” คอนเนอรี่ กล่าวกับ Sportskeeda ส่วนในเรื่องฝีเท้า…ก็ตามมาตรฐานแข้งระดับท้องถิ่นทั่วไป ไม่ได้โดดเด่น น่าจับตามอง เป็นพิเศษ เรื่องนี้ยืนยันโดย แนท ฟิชเชอร์ แฟนบอลเดนตายของ Bonnyrigg Rose ที่เคยเห็น คอนเนอรี่ เล่นด้วยตาตัวเอง “เขาเป็นคนที่เล่นฟุตบอลฉลาดดีนะ แต่มันก็มีแค่นั้นแหละ ผมไม่เห็นเขาลงเล่นบ่อยครั้งนัก” “ผมไม่แปลกใจที่เขาจะทดสอบฝีเท้าไม่ผ่านที่ East Fife ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นเขา

UFABETWINS

โดนเตะล้มเป็นสิบครั้งในเกมเดียว ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบเท่าไรนะ” ถึงแม้ฝีเท้าจะอยู่ในระดับนักเตะท้องถิ่นทั่วไป แต่ครั้งหนึ่ง คอนเนอรี่ ก็เคยยิงประตูสุดสวยน้องๆ ปุสกัสอวอร์ดอยู่เหมือนกัน เกมดังกล่าวคือเกมที่ Bonnyrigg Rose เอาชนะ Broxburn Athletic ไป 3 ประตูต่อ 1 โดยตามรายงาน คอนเนอรี่ ได้ซัดเต็มข้อจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งด้วยความเร็วเสียบสามเหลี่ยม ถือเป็นประตูที่มหัศจรรย์มากๆ สำหรับระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ประตูดังกล่าวเหมือนจะเป็น

เกียรติภูมิเดียวในชีวิตการค้าแข้งของ คอนเนอรี่ เพราะความโดดเด่นส่วนใหญ่จะอยู่นอกสนามเสียมากกว่า “เขา (คอนเนอรี่) คือผู้ชายที่อยู่ตรงข้ามกับคำว่าขี้อายโดยสิ้นเชิง” แนท ฟิชเชอร์ กล่าวต่อ “เขาคือขวัญใจสาวๆ ในย่านที่ตั้งสโมสร เขามาพร้อมกับรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มักจะปรากฏตัวในแจ็คเก็ตผ้าลูกฟูกสีน้ำตาลนำสมัย สาวๆ อยากเข้าหาเขา และเขาก็พร้อมจะคุยกับทุกคน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสโมสรเล็กๆ อย่าง Bonnyrigg Rose

ต้องการดาวเด่นอย่างเขา” ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของ คอนเนอรี่ กับการค้าแข้งในสโมสรเล็กๆ ระดับท้องถิ่นในประเทศสกอตแลนด์ ช่างดูห่างไกลกับสโมสรยักษ์ใหญ่มหาอำนาจแห่งอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ราวฟ้ากับเหว แล้วทำไมข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่ถึงลอยมาหาเคาะประตูหน้าบ้านเขากันได้นะ? ข้อเสนอที่ปฏิเสธได้ ชีวิตของ คอนเนอรี่ ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ด้วยการทำงานพิเศษอื่นๆ ควบคู่กับการเตะฟุตบอล จนกระทั่งเขาอายุ 23 ปี วันแห่งโชคชะตา

ก็มาถึง ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 1953/1954 สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำทัพมาด้วย เซอร์ แมตต์ บัสบี้ กุนซือระดับตำนานได้เดินทางมายังประเทศสกอตแลนด์เพื่อเก็บตัว ฝึกซ้อม รวมถึงอุ่นเครื่องกับสโมสรต่างๆ ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ว่างจากตาราง แต่ด้วยความบ้าฟุตบอลในสายเลือด เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ก็อดไม่ได้ที่จะออกจากที่พักเพื่อไปชมการแข่งขันของทีมฟุตบอลระดับท้องถิ่นในละแวกใกล้เคียง เดชะบุญ ทีมที่เตะอยู่ในวันนั้นคือ

Bonnyrigg Rose คอนเนอรี่ อยู่ในสนามวันนั้นด้วย โดยประจำการอยู่ในตำแหน่งปีกขวาตามที่เขาถนัด และก็เหมือนทุกอย่างดลใจ นักเตะที่ฝีเท้าไม่ได้โดดเด่นกว่าคนอื่นอย่าง คอนเนอรี่ ในวันนั้นกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนไปเตะตา เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ที่รับชมเกมอยู่ข้างสนาม เมื่อสัญญาณนกหวีดจบการแข่งขันดังลง เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปหาเพื่อพูดคุยและเสนอสัญญาให้ย้ายเข้าสู่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดแก่

คอนเนอรี่ ทันที โดยสัญญาดังกล่าวมีมอบค่าเหนื่อยให้ คอนเนอรี่ สัปดาห์ละ 25 ปอนด์ (คิดตามอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันจะอยู่ที่ 703 ปอนด์) ซึ่งถือว่าไม่ได้มากมาย แต่ถ้าเทียบกับรายได้ของ คอนเนอรี่ ในเวลานั้นต้องบอกว่ามันมหาศาลเลยล่ะ

 

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล